Monday, 18 December 2017

My first marathon ever 10 December 2017

https://www.relive.cc/view/g16123828358

Note of my first and only Marathon ever.

It took me 6.45 Hours to finished to run 42 Km.

my favorite team called Snail But Sure. yet I am truly snail.!


บันทึกความทรงจำ ของการวิ่ง มาราธอนแรก และคงจะเป็นมาราธอนเดียวของป้าเอ 5555
จบไปอย่างเป็นทางการ 6: 45 ชั่วโมง ยังคงรักคำโปรยเดิม ๆ คือ “ Snail But Sure” ถึงจะช้าแต่ป้าก็ชัวร์นะคะ
“จบแบบไม่เจ็บ” นะจะบอกให้
ย้อนกลับไปอ่านบันทึกเก่า ๆ จะว่าไปป้าวิ่งมินิ 11 ครั้งซุปเปอร์มินิ 1 ครั้ง ฮาล์ฟมาราธอน 9 ครั้ง ซุปเปอร์ฮาล์ฟ 1 ครั้ง และชิมลองเทรลโป่งแยง 10 โลครั้งนึง ไม่เบาเลยนะป้าเนี่ย
ป้าเริ่มหัดวิ่งครั้งแรกวันที่ 7 กันยายน 2558 เดือนแรกที่เริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่ง จาก 1 โล เป็น 2 โล มาเป็นมากสุด 7 โล แล้วตัดสินใจสมัครลงงานวิ่งครั้งแรก
มินิมาราธอนแรก 15 พฤศจิกายน 2558 กรุงเทพมาราธอน ชิลๆ มีความสุข คนมหาศาล ล้านแปด จบด้วยเวลา 1.45 ชม จำได้ดี ปีที่เขาแถมคนที่ลงฮาล์ฟเป็น 27 โลนั่นแหละ
ฮาล์ฟแรก 24 มกราคม 2559 ขอนแก่น ครั้งแรกใส่เสื้อทีม Snail But Sure เฮ๋อๆ จำได้วิ่งจบแทบเดินไม่ได้ ก้าวขึ้นบันไดเครื่องบินแสนจะทรมาน เวลาที่ได้วิ่งจบ เกือบ 3 ชั่วโมง
มาถึง “มาราธอนแรก” จะวิ่งเมื่อไหร่ดีน๊า บางคนก็ว่า อ้วน ๆ อย่างป้าเอาน้ำหนักให้แตะเลข 6 ต้นๆ ก่อน ค่อยลงเราจะได้ไม่เจ็บ
อืม ป้าพยายามมาเป็นปีละ น้ำหนักคงทนต้นเลข 7 อยู่นานละตัดสินใจ
เอาวะ “อยุธยา” นี่แหละไม่ไกลนครปฐมบ้านเรามากนัก เพื่อนในทีมหอยทากจากขอนแก่นมาเป็นโค้ชคอยเก็บให้
มาราธอนแรก ห่างจากฮาล์ฟแรกมาปีกว่า ป้าเอตามอ่านเรื่องราวเพื่อเป็นแรงบันดาลใจจาก เพื่อนๆ นักวิ่ง ก็เริ่มฝึกปรือ สร้างกล้ามเนื้อ เล่นเวท ลงงานวิ่งประมาณ 2 เดือนครั้ง เพื่อบังคับให้ตัวเองซ้อม
“การวิ่งให้จบมาราธอน” เป็นเป้าหมายหนึ่งที่ตั้งไว้ตั้งแต่เข้าปี 2560 กะว่าเอานะ 11 เดือนในการซ้อมต้องได้ซินะ
เริ่มเดือนแรก ต้นปีทะลึ่ง ลองรองเท้าใหม่เทรลไปใส่วิ่งถนนที่งานขอนแก่นมาราธอน จบฮาล์ฟแถมของฝากข้อเท้าบวมกลับมา หนำซ้ำงานกรุงเทพมาราธอน เดือนกุมภา รองคู่ใหม่คิดว่าดียี่ห้อดัง ก็เหมือนเดิม บวม ต้องได้พักการวิ่งไปเกือบเดือน ไปหาหมอ หมอบอกป้าเป็นคนเท้าแบน ต้องเลือกรองเท้าสำหรับคนเท้าแบนโดยเฉพาะ เลยมาพบรองเท้าคู่ใจ ใส่แล้วไม่เปลี่ยนยี่ห้อละ
ตารางซ้อม ป้าลองใช้จากการ์มินบ้าง แต่ด้วยความเป็นคนบ้าพลังบางทีไปเสริมด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ ว่ายน้ำ เวทแบบหนักหน่วง โยคะ และกิจกรรมอื่นๆ อีกที่ปล่อยพลังได้ จริง ๆ ไม่เป็นผลดี ควรจะ ซ้อมไปกับตารางใดตารางหนึ่ง
ใกล้เวลาเข้ามาแล้ว ตุลาช่วงงานพ่อหลวง 13-29 ต้องไปบวช ใช้วิธีเดินจงกรมตลอด 17 วันที่อยู่วัด แข็งแรงแฮะ ไปลองวัดดวงที่โป่งแยงเทรล บอกกับตัวเองถ้ารอดแบบไม่เจ็บจะไม่เท เล่นจนจบ 10 โล แบบสบายๆ ขาไม่มีอาการเลย เอาละพอจะมีหวังที่จะไปต่อได้มีเวลา 1 เดือนเต็ม
ถามเพื่อนรุ่นพี่ในทีม แอบเรียกฉายา มาม๊า @sukanya บอกโค้ชที่เรียกตัวเองว่า สถุน @kitiให้ตารางสูตรเร่งรัดมา
วันแรก วิ่งช้า 60 นาที ผ่านสบาย!
วันที่ 2 วิ่งต่อเนื่อง 12 กม วิ่งให้เหนื่อยหอบ (วิ่งจบครบ แต่อาการแปลก ๆ ขนลุก นอนไม่หลับ เหมือนไข้จะขึ้น บลา ๆๆ)
วันที่ 3 ตารางบอกให้พัก ป้าเกิดอาการป่วยค่า ไข้ขึ้นกว่าจะฟื้นกลับมาเกือบอาทิตย์ ทำให้รู้ว่าตารางการวิ่งมิใช่จะเหมาะกับทุกคนเสมอไป
แต่ๆๆๆ ก็ยังไม่ย่อท้อ ทำเวทเทรนนิ่งทุกวัน วันละนิดหน่อย ไม่มาก พอให้กระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงาน
3 อาทิตย์ก่อนแข่งก้อซ้อมวิ่งตลอดแต่เน้นตามกำลังตน และแล้วป้าก็ค้นพบ ด้วยตนเองในการ เลือก 4 เพลง ให้จังหวะบีท ลงเท้าตามจังหวะกลอง
เพลงที่ 1 เดินตามจังหวะเพลง Ex’s & Oh’s ของ Elle king เวลา 3 นาที จะให้ระยะก้าวต่อนาที (cadence) = 142 ก้าว
เพลงที่ 2 “วิ่ง” ตามจังหวะเพลง รักเหอะ ของ Big Ass เวลา 4.31 นาที จะให้ระยะก้าวต่อนาที (cadence) = 180 ก้าว
เพลงที่ 3 “วิ่ง” ตามจังหวะเพลง Come Get Her ของ Rae Stemmurd เวลา 3.33 นาที จะให้ระยะก้าวต่อนาที (cadence) = 186 ก้าว
เพลงที่ 4 “วิ่ง” ตามจังหวะเพลง Must Get Out ของ Maroon 5 เวลา 4 นาที จะให้ระยะก้าวต่อนาที (cadence) = 193 ก้าว
อะอะ เราได้การลองซ้อมดูสิ วันซ้อมใหญ่คือ 5 ธันวาคม จัดไป เปิด 4 เพลงนี้วนไป วิ่งตามเสียงบีทของไป สรุปโดยประมาณจะคุมเพซได้ประมาณ 9.12 ลองคำนวณไม่โดนตัดตัวแน่ เอาตามนี้แหละ
วันก่อนแข่งโค้ชบอกช่วงเช้าทำเวลาให้ได้ทำก่อนที่มันจะร้อน เลยยอกแกเรื่อง 4 เพลงดังนี้ โค้ชบอก เอาตามที่ซ้อม แต่พยายามคุมอย่าให้เกินเพซ 9.5 รอดชัวร์
คืนก่อนแข่งกังวลกลัวตื่นมาเข้าห้องน้ำไม่ได้แล้วจะอึดอัด ตื่นเต้น บลาๆๆ ตั้งใจนอนตั้งแต่ 8:30 กว่าจะหลับได้ก็ 9:30 น เตรียมชุด สิ่งของที่ต้องใช้ อาหารที่ต้องเติม อาทิ เจล ลูกอมผลไม้ ขนมที่ให้พลังงาน สเปย์ฉีดกันกล้ามเนื้อเจ็บปวด และปีศาจพี่คิว
วันแข่ง ตื่นตี 2 อัดอาหารเช้าที่เตรียมไว้ พยายามเข้าห้องน้ำ ไม่ได้อีก นัดกันกับพี่ในทีมออกตี 3:15 น เข้าใจว่านางก็ตื่นเต้นเช่นกัน เพลินอยู่ในห้องน้ำสบายไปออกมาบ่นเป็นหมีกินผึ้ง โอย ๆ สายๆ ต่างๆ นานา เราก็กดดัน ห้องน้ำก็เข้าไม่ได้บลาๆๆ ไปเคาะห้องเพื่อนอาบน้ำเวลาชนกันอีก โอย ชั่วโมงนี้ ทรมานบันเทิงจริงๆ
แต่งตัวทาครีม “ร้อน” ซองสีเหลือง บริเวณต้นขา ก่อนใส่กางเกงรัดกล้ามเนื้อ เข้าใจว่าช่วยได้
ออกไปยืดเส้นรอพี่ในทีม เพื่อวอร์มจ๊อกออกไปสนามซึ่งห่างออกไป 900 เมตรจากที่พัก
พอถึงสนามเหลือเวลาอีก 10 นาที ปล่อยตัวเกิดอาการอยากเข้าห้องน้ำมาซะงั้น จัดไป...วิ่งออกมาจากห้องน้ำเสียงเรียกจะปล่อยตัวในอีก 35 วิ ต่อด้วย 20 วิ ป้าก็วิ่งซิคะ HR ถึงเริ่มที่โซน 2 ตั้งแต่ปล่อยตัวแทนที่จะค่อยๆ ขึ้น โชคดีมีเพื่อนในทีมคอยเตือนว่ากด นาการึยัง เพราะช่วงปล่อยตัวทั้งตื่นเต้นไหนจะเซลฟี่กลุ่ม ไหนจะกดเปิดเพลง ชุลมุนวุ่นวาย
เริ่มผ่านจุด Start!
ตามแผนคือเดินสลับวิ่งไป เริ่ม 3 นาทีตามเพลงแรก เดินเร็ว 142 ก้าวต่อนาที และวิ่งต่อด้วยบีทเพลงที่ 2 วิ่งให้ได้ 180 ก้าว เพลง 3 วิ่ง ได้ 186 ก้าว เพลง 4 วิ่งเร็วสุดได้ 193 ก้าว วนไป ทริคคือ ไม่แวะหยุดใดๆ ทั้งสิ้น
การดื่มน้ำ และการเติมอาหารจะทำในช่วงบีทที่ให้เดิน น้ำมีกระบอกแบบมือถือ ค่อย ๆ จิบเจอจุดให้น้ำคว้ามากรอกใส่ขวดเอง การเติมอาหารนั้นค่อยๆ เติม ป้าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองหิวเด็ดขาดเพราะจะเสี่ยงอารมณ์เสียและล้มเลิกได้ เม็ดผลไม้สกัดเขี้ยวๆแล้วตามด้วยน้ำ ค่อยๆ เติมสลับกับขนมที่ให้พลังงาน ทีละน้อยๆ และเติมเจล ที่กิโลที่ 10,21,และ 32 ระหว่างทางเจอแตงโม กล้วยก้อคว้ามาถ้าประจวบเหมาะกับระยะเดินก็เติมเลย ถ้าไม่ก็วิ่งแบบชะลอๆ
สเปย์เย็น เริ่มขอให้จุดปฐมพยาบาลฉีด ประมาณโลที่ 17 และมีของตัวเองพกมาก้อพยายามฉีดเป็นระยะ ไม่ปล่อยให้มีอาการก่อน แค่ตึงๆ ก็ฉีดเลย
ช่วงประมาณกิโลที่ 28 มีรถพยาบาลวิ่งสวยมา ประกาศไม่ไหวให้ยกมือ แหม... หยามกันชัด ๆ 5555 ไม่มีทาง ไงก็ยังทัน
กิโลที่ 30.. มี งง หลงทางนิดนึงเจ้าหน้าที่หาย
กิโลที่ 33 ยังคงฟังเพลง 4 เพลงวนไป แต่ เพลงที่ 4 เริ่มเหนื่อย แอบมอง HR 185 ปัดติโถ่ เจริญสติ ไม่ใช่เราร่างนี้มันเหนื่อย
ค่อยๆผ่อนลงๆ ลองเปลี่ยนมาเป็นเดินใช้เพลงที่ 1 เดินวนไป หัวใจก็ยัง 155 อยู่ ค่อยๆ ขึ้นเพลงที่ 2 หัวใจมาอีกละ เลยตัดสินใจเดินตั้งแต่โลที่ 35 เป็นต้นมา เฮ่อ....
300 เมตรสุดท้าย ป๊าโค้ชเดินมาเก็บ ค่อยๆ ผ่อน ค่อยๆเดิน อีก 100 เมตรสุดท้าย จะให้Chompu MinozKyu Triple S เพื่อนร่วมทาง เจ้าบ้านเข้าไปก่อนโดยเว้นระยะห่างให้ได้ภาพ ฟูลแรกที่สวยงาม
ประมาณอีก 200 เมตรเข้าเส้นน้องต่อ. Torsak Konabut กะมาลากป้าเข้าเส้นชัย ฝันไปเหอะ ปาป๊าหวงนะเฟ้ย ป๊าบอกปล่อยให้ป้าเข้าคนเดียว รูปจะได้สวยๆ
ถึงเส้นชัย ด้วยเสื้อทีมอันแสนสวย พิธีกรถามชื่อจากม๊า Sukanya Kreetiyutanontประกาศว่า ยินดีกับป้าเอมาราธอนแรก
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาเชียร์
โค้ช Kreetiyutanont Kitti ที่คอยตามประกบศรีภรรยาจะคอย ห่วง คอยบอกว่ามาตามแผนดีแล้ว เข้าทันแน่
ขอบคุณทีม WRE ที่ป้าร่วมกิจกรรมการซ้อม และเวท จากโค้ชปู่Thavorn Tangkovitและยังส่งป้าย “เก๊า มาราธอนแรก นะ รู้ยัง” มาให้ป้า ป้าติดไว้เป๋าเป้ มันเป็นตัวสื่อให้ป้าได้มิตรภาพเพื่อนร่วมทางมาอีกหลายคน วิ่งไปมีการให้กำลังใจกันไป สู้ๆ นะ
บรรยากาศมืด มองไม่เห็นวิว พอแดดออก ก็เจอฝุ่น ทำให้การหายใจจังหวะดี เข้า เข้า เข้า ออก ออก ออก สบาย เฉพาะช่วงเช้า พอสายออกถนนใหญ่ ระวังรถ ฝุ่น การหายใจรวนมาก รอดมาได้นี่เพราะใจล้วนๆ เลยนะ
เอาละจบแล้วมาราธอนครั้งแรก และคงเป็นครั้งเดียว”มั้ง” แต่เราก้อต้องมีสิ่งที่อยากจะทำนะอะนะ
เป้าหมายต่อไป ...
เทรล แบบ อัฟระยะ
หรือจะไป
ไตรฯ กีฬาดี
ขอบคุณที่ทนอ่านจนถึงบรรทัดนี้ ซึ่งมันอาจจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักวิ่งเพซอาม่า (ไม่เคยต่ำกว่า 10) ให้กล้าที่จะลงระยะเต็มมาราธอนสักครั้ง ให้รู้รสชาติของนักวิ่งมาราธอน